อันดับ1 เขื่อนเชี่ยวหลาน(กุ้ยหลินเมืองไทย)
เขื่อนรัชชประภา หรือ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” ตั้งอยู่ใน อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดดเด่นสุดๆ ด้วยทะเลสาบอันกว้างใหญ่ไพศาล ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน และผืนป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์
แต่นอกจากความสวยแล้ว เขื่อนรัชชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ยังสร้างคุณประโยชน์ให้กับชาวบ้านและชาวประมงในละแวกนั้นไว้มากมาย ที่นี่เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ สร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาสก และยังเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้า แหล่งกักเก็บน้ำในฤดูฝนเพื่อการเพาะปลูก ช่วยบรรเอาอุทกภัย และแก้ไขน้ำเสียและผลักดันน้ำเค็ม แค่นี้ยังไม่พอ ที่นี่ยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญ เพื่อให้ชาวบ้านหารายได้เลี้ยงชีพอีกด้วย
ไฮไลท์ เขื่อนเชี่ยวหลาน ที่ไม่ควรพลาด
มาถึงเขื่อนเชี่ยวหลานทั้งที ก็ต้องล่องเรือรอบทะเลสาบ ชมสถานที่ต่างๆ ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่สักหน่อย จุดแรกที่อยากแนะนำคือ เขาสามเกลอ จุดที่ถ้าใครพลาดไปนี่บอกเลยว่ามาเสียเที่ยวมาก เพราะที่นี่เรียกว่าเป็นสัญลักษณ์ของเขื่อนเชี่ยวหลานเลยก็ว่าได้ ด้วยลักษณะของเขาหินปูนที่ตั้งเรียงกันจนมีความคล้ายคลึงกับ กุ้ยหลิน สถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของเมืองจีน จึงเป็นที่มาของฉายา “กุ้ยหลินเมืองไทย” ที่คนเขาเปรียบเปรยกันนั่นเอง

อันดับ2 ป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด
เป็นบ่อน้ำที่ผุดขึ้นมาที่เชิงเขาในป่าของ ต.บ้านทำเนียบ อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี การเดินทางจากถนนหลัก กิโลเมตรที่ 44 เข้ามาระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตรกว่า ทุกคนก็จะได้พบกับต้นน้ำลำธารขนาดเล็ก ซึ่งมีลักษณะน้ำใสมากซึ่งเป็นน้ำที่เกิดจากธรรมชาติชาวบ้านจึงช่วยกันพัฒนาให้บ่อน้ำผุดแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด สุราษฎร์ธานี ซึ่งถือว่ายังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของสุราษฎร์ธานีที่มีธรรมชาติสมบูรณ์อย่างมากทั้งป่าไม้อากาศแสนบริสุทธิ์ และมีปลาน้อยใหญ่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
สิ่งที่น่าสนใจ
- มี “ตาน้ำ”ซึ่งเป็นน้ำที่ใสบริสุทธิ์และชาวบ้านก็เชื่อว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
- มีตาน้ำเป็นหัวใจหลักของป่าต้นน้ำแห่งนี้
- เป็นบ่อน้ำจืดสีฟ้าอมเขียวใสราวกับกระจกกลางป่า
- พื้นของบ่อน้ำจะเป็นพื้นทรายตะกอนหินปูน
การเดินทาง
การเดินทางจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี ให้ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 มุ่งหน้ามายังอำเภอคีรีรัฐนิคม ระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร พอถึงแยกอำเภอคีรีรัฐนิคม ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตำบลบ้านทำเนียบ มุ่งหน้าไปยังบ้านน้ำราด ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร พอถึงลานจอดรถของป่าต้นน้ำบ้านน้ำราด จะต้องเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 300 เมตร
ช่วงเวลา ฤดูกาลที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว
ช่วงระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน เพราะอากาศจะสดใสและเย็นสบาย ไม่มีฝน ถนนไม่ลื่น และการไปเที่ยวช่วงเช้าจะดีที่สุด


อันดับ 3 เกาะสมุย
เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต และเกาะช้าง ตั้งอยู่ในอ่าวไทย และเป็นหนึ่งในเกาะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ก็ต่างขนานนามให้เกาะสมุยว่าเป็น “สวรรค์กลางอ่าวไทย” เนื่องจากเกาะสมุยมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีความโดดเด่น สวยงาม มีเสน่ห์แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม อาทิเช่น น้ำทะเลใสบริสุทธิ์ หาดทรายขาวทอดขนานไปกับทิวต้นมะพร้าวริมชายหาด และนอกจากธรรมชาติชายทะเลแล้ว ยังมีน้ำตกที่มีน้ำใสเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีแหล่งท่องเที่ยวที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมของชาวท้องถิ่น เช่น วัดสำเร็จ วัดละไม วัดพระใหญ่ เจดีย์แหลมสอ ฯลฯ
ในท้องทะเลรอบเกาะสมุยยังมีแนวปะการังอยู่ทั่วไป มีแหล่งปะการังที่อุดมสมบูรณ์อยู่ทางตอนใต้ของเกาะ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำตื้นที่มีชื่อเสียงของหมู่เกาะสมุย


อันดับ 4 วัดเจดีย์(ไอ้ไข่)
วัดเจดีย์ หรือรู้จักกันในชื่อของ วัดไอ้ไข่ ตั้งอยู่ที่ ตำบลฉลอง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อก่อนนั้นเคยเป็นวัดร้าง ตำนานว่าสร้างมาแล้วมากกว่าพันปี เหลือเพียงเจดีย์โบราณ ที่อยู่ตรงบริเวณโบสถ์ในปัจจุบัน จนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2500 ก็ได้มีการบูรณะวัดเจดีย์ขึ้นมาใหม่ ทำให้มีพระภิกษุเข้ามาอยู่ประจำวัด และเป็นที่ประดิษฐานของ พ่อท่าน พระพุทธรูปเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ยังเป็นวัดร้างค่ะ
แต่สิ่งที่ทำให้ วัดนี้เป็นรู้จักกันอย่างมากมายนั้น ก็คือ ไอ้ไข่วัดเจดีย์ หรือ ตาไข่วัดเจดีย์ คือ รูปไม้แกะสลักของเด็กชายอายุประมาณ 10 ขวบ ที่ตั้งอยู่ในศาลาวัดเจดีย์ เชื่อกันว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ ทำให้กลายเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตั้งแต่บริเวณใกล้ๆ วัด ไปจนถึงต่างจังหวัดในแถบภาคใต้เลยทีเดียวค่ะ ไม่ว่าใครก็ต่างมาขอพรกัน โดยเฉพาะทางด้านโชคลาภและการค้าขายค่ะ


อันดับ 5 หมู่เกาะพีพี
หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก เกาะบิดะใน ทริปของมิ้นท์จะไปทั้งหมด 2 เกาะ คือ “พีพีดอน” กับ “พีพีเล” ค่ะ
ลงเรือเที่ยวเกาะพีพี




บนจุดชมวิวถ้าใครอยากเห็นน้ำเต็มทั้งสองฝั่ง ต้องขึ้นมาให้ถึงบนยอดไม่เกิน บ่าย 3 นะคะ หลังบ่าย 3 น้ำหาดอีกฝั่งจะเริ่มลด จนแห้งไปแบบในรูปเลยค่ะ

บนจุดชมวิวมีร้านคาเฟ่ด้วยนะคะ วิวดี๊ดี ดาดฟ้าของร้านคาเฟ่ มานั่งตอนช่วงเย็นๆ ชมพระอาทิตย์ตกนี่ฟินสุดๆ (เกาะด้านหลังคือ เกาะพีพีเล ที่เราจะนั่งเรือไปเที่ยวกันพรุ่งนี้ค่ะ)





อ่าวมาหยา อ่าวปิเละ อ่าวโล๊ะซาม๊ะ อยู่ที่เกาะพีพีเลนี้ค่ะ น้ำทะเลสีฟ้าใสสะท้อนแสงแดด ล้อมด้วยภูเขาหินปูนสูงตระหง่านสวยตระการตาสมกับที่ติดอันดับโลกมากเลยจริงๆ
ที่แรก อ่าวมาหยา อ่าวชื่อดังระดับโลก ที่ถ่ายทำของหนังเรื่อง The beach น้ำสีฟ้าใส ทรายเนียนละเอียด ล้อมไปด้วยภูเขาสูงตระหง่าน เดินมาด้านหลังอ่าวมาหยา มีจุดชมวิวอีกจุดด้วย ตรงจุดนี้จะไม่ค่อยมีคนค่ะ สวยด้วยย


ชมมาหยาเสร็จ ก็ออกเรือไปอ่าวถัดไป เราจะไปต่อที่ อ่าวโล๊ะซามะ อยู่ติดๆ กับอ่าวมาหยาเลยค่ะ ในรูปอ่าวที่อยู่ฝั่งซ้ายบนคือ มาหยา อ่าวเล็กๆ ขวาล่างคือ โล๊ะซามะ น้ำสีฟ้าใสกิ๊ง
อ่าวโล๊ะซามะคือปลาเยอะมากกกก มองเห็นชัดตั้งแต่อยู่บนเรือเลยค่ะ น้ำทะเลสวยจริงๆ อ่ะ ปลาเยอะไม่เยอะก็ดูสิ จุ่มโกโปรลงไปถ่าย โอมายก้อดดด แน่นมาก

อ่าวปิเละ น้ำสีฟ้าอ่อนใสสะท้อนแสงแดด ยังกะสระว่ายน้ำเลย สวยโคตรรรร ใสขนาดนี้ไม่โดดน้ำได้ยังไง เอ้าโดดดด !!!
ที่สุดท้าย เราก็แวะถ่ายรูปกันที่ ถ้ำไวกิ้ง ตรงนี้จะเข้าไปในถ้ำไม่ได้นะคะ ถ่ายรูปจากด้านนอกได้อย่างเดียว
3 ชั่วโมงผ่านไปไวเหมือนโกหก ต้องกลับแล้วว ยังเล่นน้ำไม่จุใจเบยย เป็นสวรรค์บนดินอย่างที่คนทั่วโลกเค้าว่ากัน..สักครั้งต้องลองมานะคะ
จบทริปด้วยการกลับมาดูพระอาทิตย์ตกบนเกาะพีพีดอน สายๆอีกวันเราก็นั่งเรือกลับกระบี่ ทริปนี้เป็นอีกทริปที่ตรึงใจในความสวยของทะเลมากๆ สักวันเราจะกลับมาอีกนะพีพี

การเดินทางมาเกาะพีพี
การมาเกาะพีพีสามารถนั่งเรือมาได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต มิ้นท์จะแนะนำในส่วนของการเดินทางจากจังหวัดกระบี่นะคะ
เมื่อถึงกระบี่แล้ว นั่งแท็คซี่หรือรถโดยสารไปที่ ท่าเรือจิหลาด เพื่อนั่งเรือข้ามไปยังเกาะพีพีดอน ใช้เวลานั่งเรือประมาณชั่วโมงครึ่ง
รอบเรือ ท่าเรือจิหลาด – เกาะพีพี
09.00น. , 10.30 น. ,13.30 น. , 15.00 น.
รอบเรือ เกาะพีพี – ท่าเรือจิหลาด
09.00 น. , 10.30 น. , 13.30 น. , 15.30 น.
เป็นเรือเฟอร์รี่ ค่าเรือจะอยู่ที่เที่ยวละประมาณ 350-450 ค่ะ